ความเป็นมา

     มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว (ฟอร์เด็ก) เป็นองค์กรการกุศลที่ดำเนินกิจกรรม
เพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วยการให้ความช่วยเหลือเด็กยากจนด้อยโอกาสทุกประเภทและครอบครัวผู้ยากไร้ ทั้งนี้โดยมูลนิธิฯ จะเน้นการช่วยเหลือที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและพัฒนาผ่านโครงการฯ โดยการสงเคราะห์ ฟื้นฟู บำบัด รักษาและการช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุน ให้ได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และทางสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและครอบครัวให้ดีขึ้น ภายใต้คำขวัญที่ว่า
"แด่ผู้ทุกข์ยาก….จากใจรัก"

     เมื่อครั้งประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ทำให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งทางเศรษฐกิจสังคมและครอบครัว มีคนว่างงานนับล้านคน ในภาคอุตสาหกรรม หลายครอบครัวต้องอพยพโยกย้ายกลับภูมิลำเนา โดยมิได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงถึงเด็ก ผู้ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ ผู้ซึ่งต้องอาศัยครอบครัว ลูกหลานในการดำรงชีวิตอยู่

     ดร. อัมพร วัฒนวงศ์ ได้บริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัว พร้อมประกาศจัดตั้ง มูลนิธิ ฟอร์เด็ก ขึ้น เมื่อ
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2541 ซึ่งตรงกับ "วันวาเลนไทน์" หรือ "วันแห่งความรัก" พอดี ทั้งนี้เพื่อสานเจตนารมณ์ในการแผ่ความรักต่อผู้ทุกข์ยากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กยากจนด้อยโอกาสในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อสานเจตนารมณ์ในการแผ่ความรักต่อผู้ตกทุกข์ได้ยากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ่น ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนา มุ่งในในการแก้ไขปัญหาสังคมประเทศไทย โดยไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนา จดทะเบียนเป็นมูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูพัฒนาเด็กและครอบครัว (ฟอร์เด็ก) เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2541 (กท.752)

     ปัจจุบัน ดร. อัมพร วัฒนวงศ์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ และรับผิดชอบในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ
ชีวิตจริง…..เริ่มต้นจากเคยติดลบ….นับจากศูนย์……และเป็นหนึ่งถึงวันนี้ ผู้ได้รับสมญานามว่า "คุณพ่อผู้ให้หนทางชีวิตใหม่แก่เด็กยากจน" จากเด็กชายที่ต้องกำพร้าเยาว์วัยคนหนึ่งซึ่งไร้ญาติขาดมิตร ต้องเร่ร่อนอาศัยหลับนอนอู่ตามข้างถนนและตลาด กินของที่เหลือทิ้ง ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนและไม่มีแม้แต่ความหวังถึงชีวิตดีที่กว่าในวันข้างหน้า….ชีวิตเฉียดตายมาแล้ว 2 หน จากการลงมือฆ่าตัวตาย…..จนเติบใหญ่ใฝ่ดี ใฝ่เรียนรู้ มีความจำเป็นเลิศ ได้รับโอกาสดีที่จากสังคม เรียนหนังสือ ก.ไก่ ข.ไข่ ด้วยตนเอง เมื่ออายุ 17 ปี เป็นผู้อุทิศชีวิตส่วนใหญ่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย พระราชทาน เครื่องราชอิสรยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูหลายชั้น ได้รับรางวัล โลห์เกียรติยศมากมายและได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาสังคม จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ในชีวิตวัยเกษียณ…..เขาเองที่ได้รับสวัสดิการเงินบำนาญเสมือนกับคนอเมริกันคนหนึ่งตลอดชีวิต…..เขาก็ยังคิดถึงความทุกข์ยากอันเจ็บปวดของผู้อื่น เพื่อไม่ให้ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเช่นเดียวกับเขา